ประยุกต์ใช้ โพสล่าสุด โพสสำคัญ เครื่องมือ สมาชิก สถิติฟอรั่ม ธนาคาร
หัวข้อ : แนะนำที่เที่ยวจังหวัดศรีสะเกษ
admin ออฟไลน์
UID: No.1
โพส: 622
จิตพิสัย:  0 แต้ม ชำระเงิน
622
575
88
ออนไลน์ล่าสุด: 0 (ช.ม.)
สมัครเมื่อ: 2014-12-07
ใช้งานล่าสุด: 2016-10-25

แนะนำที่เที่ยวจังหวัดศรีสะเกษ

กดถูกใจเพจ facebookเพื่อแนะนำที่เที่ยวสวยๆและร้านอาหารอร่อยเด็ดๆ
เช่ารถบัสนำเที่ยว   เช่ารถตู้นำเที่ยว   รถรับจ้างย้ายบ้าน   รับจัดโต๊ะจีน  รับสร้างบ้านสวย

น้ำตกนาตราว อ.ภูสิงห์ จ.ศรีสะเกษ

น้ำตกนาตราว  อ.ภูสิงห์  จ.ศรีสะเกษ

น้ำตกนาตราว -ตั้งอยู่ในพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยศาลา ในท้องที่ตำบลดงรัก อำเภอภูสิงห์ จังหวัดศรีสะเกษ ชาวบ้านเขาบอกว่าน้ำตกนี้ถ่ายรูปไม่ติดผมเลยลองเข้าไปถ่ายมา จากน้ำตกนี้ข้ามเขาอีกลูกก็ถึงฝั่งเขมรแล้ว 

Photo by ไฟแรง3d Studio
http://worakit3d.multiply.com


 

ขอขอบคุณ คุณพี่เอส มา ณ ที่นี้ด้วยนะครับสำหรับรูปถ่ายสวยๆครับ >>>>  Admin SisaketOnline

ผามออีแดง อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ

ผามออีแดง  อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ

ผามออีแดง(Pamor edeang) อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ

 

            ภาพสลักนูนต่ำผามออีแดง (pamor  edeang อยู่ที่หน้าผาหินทรายบนเทือกเขาดองแร็ก หรือดงรักในปัจจุบัน   อยู่ทางด้านซ้ายมือของเส้นทางขึ้นปราสาทเขาพระวิหาร  และอยู่ในเขตพื้นที่ตำบลเสาธงชัย อำเภอกันทรลักษ์  จังหวัดศรีสะเกษ  ในตำแหน่งเส้นรุ้ง (Longtitude) ที่ 14 องศา   23 ลิปดา   50 ฟิลิปดาเหนือ    เส้นแวง (Latitude) ที่ 104 องศา  41 ลิปดา    20 ฟิลิปดาตะวันออก   ในระดับความสูง 560 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง  อยู่ห่างจากที่ว่าการอำเภอกันทรลักษ์ 36 กิโลเมตร และอยู่ห่างจากศาลากลางจังหวัดศรีสะเกษ 96 กิโลเมตร (ถนนหลวงหมายเลข 221)  

          ทหารพรานจากกองกำลังสุรนารี  กองทัพภาคที่ 2  ได้พบภาพสลักนูนต่ำนี้  เมื่อปี พ.ศ. 2530

ปราสาทบ้านโนนธาตุ (ปราสาทห้วยทับทัน) อ.ห้วยทับทัน จ.ศรีสะเกษ

ปราสาทบ้านโนนธาตุ (ปราสาทห้วยทับทัน)  อ.ห้วยทับทัน  จ.ศรีสะเกษ

 

                 ปราสาทบ้านโนนธาตุ  (Prasat ban none that) หรือ ปราสาทห้วยทับทัน ตั้งอยูในบริเวณวัดปราสาทพนาราม หมู่ 1  ตำบลปราสาท  อำเภอห้วยทับทัน  จังหวัดศรีสะเกษ ในตำแหน่งเส้นรุ้ง (longtitude) ที่ 15 องศา  05 ลิปดา  55 ฟิลิปดาเหนือ  เส้นแวง (latitude)  ที่ 104  องศา  02 ลิปดา   05 ฟิลิปดาตะวันออก 

                  อยู่ห่างจากที่ว่าการอำเภอห้วยทับทัน 7 กิโลเมตร  อยู่ห่างจากศาลากลางจังหวัดศรีสะเกษ  45  กิโลเมตร  (ถนนหลวงหมายเลข 226  แยกไปอีก  7 กิโลเมตร) 

            ปราสาทบ้านโนนธาตุ  ตั้งอยู่บนเนินดินขนาดใหญ่  ในอดีตเคยมีร่องน้ำร้อมรอบ ปัจจุบันถูกไถกลบจากการทำนาจนเกือบหมดสิ้น  คงเหลือเพียงบางส่วนทางด้านทิศตะวันตกเท่านั้น  องค์ประกอบของโบราณสถานแห่งนี้มีดังนี้

 

1. องค์ปราสาท

                  ตั้งบนฐานศิลาแลงสี่เหลี่ยมจัตุรัส ขนาด 3.04 เมตร มี 3 องค์  ปราสาทกลางสูง 13 เมตร ส่วนสององค์ที่ขนาบเหนือใต้ สูง 15 เมตร  เป็นรูปสี่เหลี่ยมย่อมุม

ยอดทรงเรียวแหลม ก่อด้วยอิฐสอปูน  ลักษณะคล้ายปราสาทศรีขรภูมิ  แต่มีขนาดเล็กกว่า   ทำประตูหลอกไว้ทุกทิศ  แต่ที่เข้าออกได้จริงๆ คือ ประตูที่อยู่ทางด้านตะวันออกของปราสาทองค์กลางเท่านั้น

                 กรอบและเสาประตูทำด้วยหินทราย  ทับหลังปราสาทองค์กลาง  จำหลักเป็นภาพพระอิศวรและพระนางปรารพตี  (อุมา)  ทรงโคศุภราช (นนทิ) 

ทับหลังปราสาทด้านทิศใต้  จำหลักเป็นภาพเทวดา และอสูรกวนเกษียรสมุทร  แต่ภาพถูกทำลายและลบเลือนไปอย่างน่าเสียดาย  หน้าประตูปราสาทองค์ทิศเหนือและทิศใต้  เคยมีพระพุทธรูปหินทราย ปัจจุบันเหลือเพียงซากปรักหักพัง

 

 

 

          2. กำแพงแก้ว
         เป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าขนาดกว้าง 27 เมตร ยาว 29 เมตร ก่อด้วยศิลาแลงร้อมรอบ สูงประมาณ 1.50 เมตร มีประตูเข้าได้ทาง
คือทางด้านทิศเหนือและด้านทิศตะวันออก ปัจจุบันกำแพงแก้วได้พังลงมาโดยเฉพาะทางด้านทิศตะวันออกแทบจะไม่เหลือ  นอกจากนี้ยังมีการก่อสร้างอุโบสถ
ปิดบังภูมิทัศน์  ซึ่งทำให้บดบังแสงจันทร์  และแสงอาทิตย์ที่จะส่องเข้าไปกระทบองค์สิวลึงก์ ตามศรัทธาความเชื่อของศาสนาฮินดู

         3.สระน้ำ หรือ บาราย
         จากบริเวณปราสาทไปทางทิศตะวันออกประมาณ 100 เมตร จะมีสระน้ำขนาดใหญ่เป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า  ขนาด200x400 เมตร  มีน้ำขังตลอดปี
 คันขอบสระมีต้นไม้ขนาดใหญ่ขึ้นโดยรอบ
   นักโบราณคดีสันนิษฐานว่า   บริเวณดังกล่าวน่าจะเคยเป็นชุมชนโบราณมาก่อน  นอกจากจะมีคูน้ำล้อมรอบบริเวณเนินดินซึ่งเป็นสถานที่สร้างปราสาทแล้ว
 ยังมีการขุดพบหม้อ ไห โบราณ คนโฑ  กระปุกน้ำหอม ลูกปัดและเครื่องประดับ  ตลอดจนเครื่องสำริดอื่นๆเป็นจำนวนมาก
               ปราสาทบ้านโนนธาตุ  สันนิษฐานว่าองค์ปราสาทน่าจะมีการก่อสร้างเพิ่มเติมภายหลัง  ทั้งนี้เพราะโครงสร้างทางสถาปัตยกรรมแตกต่างไปจากศิลปะเขมรโบราณ
ทั่วๆไป  ซึ่งเป็นปรางค์และยอดบนสุดเป็นบัวศิลาจำหลัก  แต่ชั้นพักขององค์ปราสาทแห่งนี้มีลักษณะทรงข้าวบิณฑ์ ซึ่งเป็นศิลปะสุโขทัยมากกว่าจะเป็นศิลปะลาว
เพราะศิลปะลาวส่วนใหญ่จะเป็นสี่เหลี่ยมไม่มีลวดลายประดับมากนัก  แต่ศิลปะดั้งเดิมแบบเขมรก็ยังหลงเหลือปรากฎอยู่ คือฐานศิลาแลง  กำแพงแก้วและทับหลัง
ที่จำหลักเป็นภาพในเรื่องรามายณะ  น่าจะสร้างในราวพุทธศตวรรษที่ 16-17  ซึ่งเป็นศาสนาแบบฮินดู  ก่อนที่จะเปลี่ยนมาเป็นพุทธสถานดังที่ปรากฏในปัจจุบัน



กดถูกใจเพจ facebookเพื่อแนะนำที่เที่ยวสวยๆและร้านอาหารอร่อยเด็ดๆ
เช่ารถบัสนำเที่ยว   เช่ารถตู้นำเที่ยว   รถรับจ้างย้ายบ้าน   รับจัดโต๊ะจีน  รับสร้างบ้านสวย
รายละเอียดไฟล์แนบ
กล่องตอบกลับด่วน

กรุณาใช้ข้อความที่สุภาพ คุณสามารถบันทึกฉบับร่างได้
ถาม/ตอบ
๑ + ๕ เท่ากับ [ตอบเป็นภาษาไทย] คำตอบคือ:หก
กด "Ctrl+Enter" เพื่อตั้งกระทู้ได้