ประยุกต์ใช้ โพสล่าสุด โพสสำคัญ เครื่องมือ สมาชิก สถิติฟอรั่ม ธนาคาร
หัวข้อ : พาเที่ยวจังหวัดศรีสะเกษ
admin ออฟไลน์
UID: No.1
โพส: 622
จิตพิสัย:  0 แต้ม ชำระเงิน
622
575
88
ออนไลน์ล่าสุด: 0 (ช.ม.)
สมัครเมื่อ: 2014-12-07
ใช้งานล่าสุด: 2016-10-25

พาเที่ยวจังหวัดศรีสะเกษ

กดถูกใจเพจ facebookเพื่อแนะนำที่เที่ยวสวยๆและร้านอาหารอร่อยเด็ดๆ
เช่ารถบัสนำเที่ยว   เช่ารถตู้นำเที่ยว   รถรับจ้างย้ายบ้าน   รับจัดโต๊ะจีน  รับสร้างบ้านสวย

น้ำตกห้วยจันทร์ อ.ขุนหาญ จ.ศรีสะเกษ

น้ำตกห้วยจันทร์  อ.ขุนหาญ  จ.ศรีสะเกษ

น้ำตกห้วยจันทร์

 

***********************************

น้ำตกห้วยจันทร์

อยู่ห่างจากอำเภอขุนหาญ 24 กิโลเมตร ห่างจากตัวจังหวัด 85 กิโลเมตร เป็นน้ำตกที่มีความสวยงามแห่งหนึ่งของจังหวัดศรีสะเกษ ไหลลดหลั่นมาตามชั้นหิน มีน้ำมากในช่วงเดือนกันยายน-กุมภาพันธ์  บริเวณร่มรื่นด้วยพันธุ์ไม้ป่านานาชนิด

           เป็นน้ำตกที่มีขนาดใหญ่กว่าน้ำตกสำโรงเกียรติ (น้ำตกปีศาจ)  น้ำตกห้วยจันทร์มีชั้นลาดหินที่นักท่องเที่ยวสามารถลงเล่นน้ำได้ เป็นระยะหลายร้อยเมตรครับ...คือลงเล่นน้ำกันได้ทั้งตำบลว่างั้นน่ะครับ และถ้าจะไม่ให้ผิดหวังต้องมาช่วงฤดูฝนครับ...ถ้าอยู่ในช่วงที่มีน้ำมาก จะสวยงามมากครับ.....


น้ำตกวังใหญ่ อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ

น้ำตกวังใหญ่   อ.กันทรลักษ์   จ.ศรีสะเกษ

ปราสาทสระกำแพงใหญ่ อ.อุทุมพรพิสัย จ.ศรีสะเกษ

ปราสาทสระกำแพงใหญ่   อ.อุทุมพรพิสัย  จ.ศรีสะเกษ

ปราสาทสระกำแพงใหญ่ (Prasat  Sakampaengyai)

 

              ตั้งอยู่ในบริเวณวัดสระกำแพงใหญ่   หมู่ 1  ตำบลสระกำแพงใหญ่   อำเภออุทุมพรพิสัย  จังหวัดศรีสะเกษ   ในตำแหน่งเส้นรุ้ง (Longtitude) ที่ 15 องศา   05 ลิปดา   54 ลิปดาเหนือ   

 เส้นแวง (Latitude)  ที่ 104 องศา   07 ลิปดา    50 ฟิลิปดาตะวันออก  อยู่ห่างจากที่ว่าการอำเภออุทุมพรพิสัย  2  กิโลเมตร  และห่างจากศาลากลางจังหวัดศรีสะเกษ    26  กิโลเมตร (ถนนหลวงหมายเลข  226)  (ปราสาทสระกำแพงใหญ่ เป็นสถาปัตยกรรมเขมรโบราณ แบบปาปวน)

          ปราสาทสระกำแพงใหญ่สร้างบนเนินดินขนาดใหญ่  มีคูน้ำล้อมรอบ (ปัจจุบันถูกถมและกลบจนเกือบจะหมดสิ้น  คงเหลือเฉพาะทางด้านตะวันตกเพียงเล็กน้อยเท่านั้น)   ก่อนที่จะมีการบูรณปฏิสังขรณ์ใหญ่ในปี  พ.ศ. 2531  ปราสาทสระกำแพงใหญ่ได้พังทลายลงมา  มีต้นไม้และวัชพืชขึ้นปกคลุมอย่างหนาแน่น  จนไม่สามารถมองเห็นโครงสร้างทางสถาปัตยกรรมดั้งเดิมได้

            ส่วนที่เป็นองค์ปราสาทและยอดปรางค์นั้นได้พังทลายลงมา   คงเหลือแต่เพียงผนังที่เรียกว่า เรือนธาตุเท่านั้น  วิหารคดก็เหลือเพียงผนังที่ก่อด้วยศิลาแลง  ส่วนหลังคาที่มุงด้วยแผ่นหินหรืออิฐนั้นได้ยุบพังลงจนหมดสิ้น  ทั้งนี้เพราะในระหว่างที่มีการขุดแต่ง  ได้มีการพบ อิฐหน้าวัวเป็นจำนวนมาก  และเมื่อขุดลึกลงไปประมาณ 1 เมตร  ได้พบปรางค์ หรือปราสาทจำลอง  บราลีและกลีบขนุนปรางค์จำนวนมาก  นอกจากนี้ยังได้พบเครื่องถ้วยชามและไหโบราณอีกหลายรายการ  มีทั้งชนิดที่เคลือบผิวและไม่เคลือบผิว  ปราสาทสระกำแพงใหญ่มีอาคารและองคืประกอบต่างๆ  ดังนี้ 

             1. ระเบียงคด   ก่อด้วยศิลาแลงและหินทรายเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า  ขนาดกว้าง 54 เมตร  ยาว 62 เมตร  ภายในระเบียงคดมีช่องทางเดินกว้าง 2 เมตร  หน้าต่างและช่องลม เป็นลูกกรงหินกลึง  หรือที่เรียกว่า ลูกมะหวด   ส่วนที่เสากรอบประตูด้านตะวันออกมีอักษรจารีกเป็นภาษาเขมรโบราณ  จำนวน 24 บรรทัด

             2. ปราสาทเดี่ยวหรือปรางค์เดี่ยว    อยู่ทางด้านตะวันตกค่อนไปทางทิศใต้ภายในระเบียงคด  ตั้งอยู่บนฐานศิลาแลงสี่เหลี่ยมจัตุรัส ขนาด 4x4 เมตร   ย่อมุมสูงจากพื้นถึงผนังเรือนธาตุ  สูงประมาณ 5 เมตร   มีประตูเข้าได้เฉพาะด้านตะวันออกเท่านั้น ส่วนอีก 3 ด้าน  ทำเป็นประตูหลอกไว้ไม่สามารถเปิดได้

            3.  ปราสาทคู่  อยู่ห่างจากซุ้มประตูด้านตะวันออก (โคปุระ)  เข้าไปประมาณ 6 เมตร  มีปราสาทที่ก่อด้วยอิฐไม่สอปูน  ผิวขัดเรียบ 2 หลัง  แต่ละหลังตั้งอยู่บนฐานศิลาแลง ขนาด 4x4 เมตร     สูงจากพื้นถึงเรือนธาตุ  ประมาณ 5 เมตร  มีประตูเข้าออกได้เฉพาะด้านตะวันตก  ส่วนอีก 3 ด้าน ทำเป็นประตูหลอกไว้  ปราสาท 2 องค์นี้  นักโบราณคดีสันนิษฐานว่า คงจะใช้เป็นที่เก็บคัมภีร์

ทางศาสนาหรือที่เรียกว่า  บรรณาลัย

        4. กลุ่มปราสาทประธาน  อยู่ห่างจากซุ้มประตูด้านตะวันออก (โคปุระ)  เข้าไปประมาณ 20 เมตร เป็นกลุ่มปราสาท 3 องค์  ตั้งอยู่บนฐานศิลาแลงเดียวกัน  ในแนวแกนเหนือ-ใต้  รูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส ผนังเรือนธาตุก่อด้วยอิฐไม่สอปูน  ย่อมุมเสาและกรอบประตูเป็นหินทราย ปราสาทองค์กลางซึ่งเป็นปราสาทประธาน  มีขนาดใหญ่  และสวยงามมากกว่าปราสาทอีกสององค์  ที่อยู่ทางด้านทิศเหนือและด้านทิศใต้

            5. บาราย  (สระน้ำ)   อยู่ห่างจากบริเวณปราสาทประมาณ 300 เมตร (คนละฟากทางรถไฟ)  เดิมมีขนาดกว้าง 200 เมตร  ยาว400 เมตร  ลึก 4 เมตร   ผนังกั้นทั้ง 4 ด้าน กรุด้วยศิลาแลงเป็นขั้นๆลงสู่ก้นสระ และมีน้ำขังตลอดปี  ปัจจุบันการประปาส่วนภูมิภาคได้ขุดขยายให้กว้างและลึกเพื่อเป็นสถานที่เก็บน้ำดิบไว้ใช้ในการทำน้ำประปา

                 ปราสาทสระกำแพงใหญ่  มีลักษณะทางสถาปัตยกรรมแบบปาปวน  ซึ่งรุ่งเรืองในราวพุทธศตวรรษที่ 16  หรือในรัชสมัยพระเจ้าสุริยวรมันที่ 1 (1545-1593)  แม้จะมีศิลปะแบบคลังหรือเกรียงแทรกบ้าง แต่ก็เพียงเล็กน้อย  เป็นศาสนสถานที่สร้างเพื่อเป็นที่ประดิษฐาน  กมรเต็งชคตศรีพฤทเธศวร (ศิวลึงค์) ตามคติความเชื่อในศาสนาฮินดู ลัทธิ ไศวนิกาย” เช่นเดียวกับปราสาทเขาพระวิหาร  ที่สร้างขึ้นเพื่อประดิษฐาน  กมรเต็งชคตศรีสิขเรศวร (ศิวลึงค์)  จากที่ได้มีการขุดพบพระพุทธรูปศิลาและแม่แบบพระพิมพ์ดินเผา  ในบริเวณปราสาทแห่งนี้  สันนิษฐานว่าคงจะได้มีการดัดแปลงเป็นศาสนสถานทางพุทธศาสนา  ลัทธิมหายาน   ก่อนที่จะปรับเปลี่ยนมาเป็นหินยาน ดังที่ปรากฏอยู่ในปัจจุบัน 

       (ข้อมูลจากหนังสือ รวมศาสนสถานโบราณในจังหวัดศรีสะเกษ โดยคุณสำลี  ศรปัญญา)


วัดล้านขวด (วัดป่ามหาเจดีย์แก้ว) อ.ขุนหาญ จ.ศรีสะเกษ

วัดล้านขวด (วัดป่ามหาเจดีย์แก้ว)   อ.ขุนหาญ จ.ศรีสะเกษ

วัดล้านขวด (วัดป่ามหาเจดีย์แก้ว)   อ.ขุนหาญ จ.ศรีสะเกษ

 

ตั้งอยู่ติดกับ โรงเรียนขุนหาญวิทยาสรรค์ เป็นการสร้างที่คิดรึเริ่มจากการใช้ขวดที่ชาวบ้านบริจาค  มาสร้างเป็นอาคาร ศาลา เจดีย์ และที่พักของสงฆ์ มีความสวยงามมากครับ และน่าทึ่งกับการมุมานะ อดทน ของผู้สร้าง

...............................................................................

ภาพโดย

Admin > SisaketOnline.com





รายละเอียดไฟล์แนบ
กล่องตอบกลับด่วน

กรุณาใช้ข้อความที่สุภาพ คุณสามารถบันทึกฉบับร่างได้
ถาม/ตอบ
๑ + ๕ เท่ากับ [ตอบเป็นภาษาไทย] คำตอบคือ:หก
กด "Ctrl+Enter" เพื่อตั้งกระทู้ได้