ประยุกต์ใช้ โพสล่าสุด โพสสำคัญ เครื่องมือ สมาชิก สถิติฟอรั่ม ธนาคาร
หัวข้อ : 10 ร้านสุดยอดอาหารบุฟเฟต์นานาชาติ
admin ออฟไลน์
UID: No.1
โพส: 622
จิตพิสัย:  0 แต้ม ชำระเงิน
622
575
86
ออนไลน์ล่าสุด: 0 (ช.ม.)
สมัครเมื่อ: 2014-12-07
ใช้งานล่าสุด: 2016-10-25

10 ร้านสุดยอดอาหารบุฟเฟต์นานาชาติ

กดถูกใจเพจ facebookเพื่อแนะนำที่เที่ยวสวยๆและร้านอาหารอร่อยเด็ดๆ
เช่ารถบัสนำเที่ยว   เช่ารถตู้นำเที่ยว   รถรับจ้างย้ายบ้าน   รับจัดโต๊ะจีน  รับสร้างบ้านสวย

ข้อแนะนำในการเลือกร้าน

  1. เลือกตามโปร: ปัจจัยแรกที่ใช้ในการพิจารณาคือต้องคอยหมั่นสังเกตบ่อยๆ ว่าห้องอาหารไหนกำลังร่วมรายการกับใครบ้าง เดี๋ยวนี้มีเวบที่คอยรวบรวมสิทธิพิเศษเหล่านี้อยู่ ไม่ว่าจะเป็น Mister BuffetCheckraka โปรโมชั่นผ่านบัตรเครดิต, Promotion2you, และยังมี Facebook ของ ชุมชนคนรักบุฟเฟต์ อีก แต่ถ้าไม่อยากรอโปรบัตรเครดิต ควรเสาะแสวงหาคบเพื่อนที่มีบัตรสมาชิกโรงแรมเข้าไว้ การได้ส่วนลด 50% ถือเป็นลาภอันประเสริฐ ถ้าจะลงทุนกินบุฟเฟต์อย่างเป็นล่ำเป็นสัน แนะนำสมัครบัตรของ 3 ค่ายนี้ครับ นั่นคือ Accor Group (ใช้ได้ในเครือ Sofitel, Pullman, Mercure, Ibis), Marriott Gold Card (ใช้กับห้องอาหารในเครือ JW Marriot, Renaissance, Marriott Courtyard), และ Starwood Privilege Membership (บัตรนี้ใช้ได้กับโรงแรมในเครือ Le Meridian, Westin, Sheraton, St.Regis ฯลฯ) ได้โปรดระวังอย่าซื้อต่อจากคนที่ไม่รู้จักบนเวบนะครับ เพราะมีโอกาสโดนหลอกสูงมาก ให้ซื้อกับเซลส์ของโรงแรมโดยตรงจะดีกว่าครับ
  2. เลือกตามวันและเวลา: โดยปกติแล้วบุฟเฟต์มื้อกลางวันในวันธรรมดาจะถูกสุด เหมาะสำหรับคนกินเพื่ออยู่ แต่ถ้าอยากจัดหนักและไม่กลัวอ้วนให้เลือกบุฟเฟต์มื้อค่ำเพราะอาหารจะหลากหลายกว่ามาก ส่วนคนที่อยู่เพื่อกิน(ของหายาก) แนะนำ Sunday Brunch ราคาจะแพงเป็นพิเศษ เพราะนอกจากจะเป็นมื้อที่รวมอาหารยอดฮิตจากทุกมุมโลกแล้ว บางแห่งยังเสิร์ฟ Beer, Wine และ Cocktail แบบ Free Flow อีกด้วย เหมาะสำหรับคนที่ร่างกายขาดคลอเรสเตอรอลและแอลกอฮอล์ไม่ได้ กินเสร็จปุ๊บเตรียมหาที่งีบนอนยาวได้เลย
  3. เลือกตามกลิ่น: ในที่นี้ไม่ได้ให้ไปดมอาหารนะครับ แต่หมายความถึงรสนิยมในการทานอาหารของแต่ละท่านต่างหาก แต่ละคนมีจุดมุ่งหมายไม่เหมือนกัน บางคนชอบทานกินตับ(ห่าน) แทะปู(อลาสก้า) ดูดหอย(นางรม) กินของคาว ส่วนบางคนก็เน้นลุยของหวาน อย่างข้าวเหนียวมะม่วง เค้ก และไอศกรีม กินสะสมแต้มไปได้สักพัก คุณจะเริ่มนึกออกว่าที่ชอบ ที่ชอบ นั้นมันอยู่เรือนหลังไหน
  4. เลือกตามจังหวะและโอกาส: โอกาสในการทานบุฟเฟต์โรงแรมนั้นไม่ยากนักสำหรับท่านนักธุรกิจ ผู้บริหารทั้งหลายที่ชอบจัดงานเลี้ยง งานสัมมนา หรือเข้าคอร์สอบรมตามโรงแรมชั้นนำ จะลำบากขึ้นมาทันทีสำหรับคนเดินดินกินข้าวแกงทั่วไปที่มีงบต่อมื้อไม่เกิน 200 บาท การกินบุฟเฟต์เพื่อให้รางวัลกับตัวเองและครอบครัวนั้นจึงต้องพิถีพิถันขึ้นมานิดนึง เวลาทานกันแค่ 2-4 คนจะหาโปรได้ไม่ยาก แต่ถ้าจะทานกันเป็นหมู่คณะ แนะนำให้หาคูปองส่วนลดพิเศษจากเพื่อนที่มีบัตรสมาชิก หรือต้องคอยเล็งซื้อ Voucher ตามเวบต่างๆ เช่น GrouponEnsogo หรืองานไทยเที่ยวไทย งานนี้ตาดีได้ ตาร้ายเสีย เพราะของดีมักมีอยู่อย่างจำกัด แถมยังมีเงื่อนไขในการใช้ยุบยับอีกด้วย

คุณคงไม่คิดสินะ ว่าการเลือกร้านอาหารบุฟเฟต์ทานมันจะเรื่องมากและมากเรื่องขนาดนี้ ถ้าราคาไม่ใช่ปัจจัย คุณสามารถดุ่มๆ เข้าไปทานได้เลย ไม่ต้องเล่นท่ายาก แต่ถ้าคุณต้องการเลือกร้านอาหารที่ถูกปาก ถูกใจ ถูกตังค์ในเวลาเดียวกัน ก็ต้องมีลีลาเด็ดในการแสวงหาข้อมูลกันนิดนึงครับ

เอาล่ะครับอินโทรมาซะจนน้ำลายหนืดกันแล้ว เรามาเที่ยวชมความอลังการของ Inter Buffet กันเลยดีกว่า โดย 5 อันดับแรกนี้คือร้านที่ผ่านประสบการณ์ กินจริง เจ็บจริง จ่ายจัง ส่วน 5 อันดับหลังนี้เป็น Wish List ที่กำลังหาจังหวะและโอกาสอยู่ครับ (ข้อมูลนี้ อัพเดท ณ วันที่ 15 เม.ย 2557)

1. Marriott Café โรงแรม JW Marriott

4 ถนนสุขุมวิท ซอย 2 (ชั้น G ของโรงแรม JW Marriott) Tel: 02-656-7700

ห้องอาหารนี้ถือเป็นขวัญใจผมในอันดับต้นๆ เลยก็ว่าได้ ผ่านมาหลายต่อหลายปี คุณภาพอาหารและความหลากหลายยังคงเสมอต้นเสมอปลาย อร่อยได้ทั้งมื้อกลางวันและมื้อเย็น ต่อให้แขกน้อยขนาดไหน อาหารก็ยังคงจัดเต็มทั้ง Sushi & Salad Bar, Seafood on ice, Hot Dish จานเล็กๆ ที่อุ่นตลอดเวลา มีทั้งติ่มซำ อาหารฝรั่งและอาหารอินเดีย มีซุ้มทำ Caesar Salad อาหารไทย และที่ถูกใจมากคือของหวาน ทั้งข้าวเหนียวมะม่วง เค้ก ไอศกรีมโฮมเมด เห็นแล้วน้ำลายหก ใครผ่านมาแถวนานา-เพลินจิต แวะมาได้เลย รับรองไม่ผิดหวังครับ อ่านรีวิวเพิ่มเติมโดยไช้ชวนชิมได้ที่นี่ครับ

Lunch: จันทร์-เสาร์ 1,413 บาท NET, วันอาทิตย์ 2,343 บาท NET
Dinner: อาทิตย์-พฤหัส 1,884 บาท NET, วันศุกร์-เสาร์ 2,343 บาท NET

P1013049
Japanese Food at Marriott Cafe
P1013040
The best dessert in Town

2. Flavors โรงแรม Renaissance Ratchaprasong

518/8 ถนนเพลินจิต (ชั้น 2 ของโรงแรม Renaissance) Tel: 02-125-5010

ร้านในดวงใจอีกร้านนึงยังคงเป็นห้องอาหารที่อยู่ในเครือ Marriott ร้านนี้ขึ้นชื่อเรื่องฟัวกราส์ (foie gras) ทานกี่ทีก็ยังคงอร่อยไม่มีเปลี่ยน ในช่วง Sunday Brunch จะมีเมนูพิเศษเพิ่มขึ้นมาคือ Boston Lobster จะสั่งเป็นแบบนึ่งหรือปิ้งก็ได้ แต่ต้องต่อแถวรอนานนิดนึงครับ บางวันแถวก็ยาวเสียจนต้องออเดอร์ทิ้งไว้ แล้วให้พนักงานมาเสิร์ฟให้ถึงโต๊ะ นอกจากนี้ยังมีเมนูปูทะเล ปูอลาสก้า กั้ง และหอยนางรม อีกด้วย สังเกตได้ว่า Pasta & Pizza จะขายไม่ดีในวันนี้ เพราะคนมัวแต่มุงและกินของแพงๆ จนลืมแป้งไปเลย สำหรับมื้อนี้นั้นรวม Cocktail และ Mocktail ด้วย กินมันเข้าไป ถ้าไม่กลัวคลอเรสเตอรอลพุ่งกระฉูด ร้านนี้จะมีโปรร่วมกับบัตรเครดิตเรื่อยๆ สมควรกินตอนมันลดราคาครับ อ่านรีวิวเพิ่มเติมโดยไช้ชวนชิมได้ที่นี่ครับ

Lunch: จันทร์-เสาร์ 1,283 บาท NET, วันอาทิตย์ 2,825 บาท NET
Dinner: จันทร์-พฤหัส 1,873 บาท NET, วันศุกร์-เสาร์ 2,225 บาท NET

P1013166
Long-Queue Menu-Foie Gras at Flavors
P1013179
Boston Lobster, Featuring Menu for Sunday Brunch

3. Red Oven โรงแรม Sofitel So Bangkok

2 ถนนสาทรเหนือ (ชั้น 7 ของโรงแรม Sofitel So Bangkok) Tel: 02-624-0000

ถ้าพูดถึงรสชาติอาหารของ Red Oven ต้องขอบอกตามตรงว่ารสชาติกลางๆ อร่อยเป็นบางอย่างและเป็นบางวัน แต่ถ้าพูดถึงบรรยากาศการตกแต่งร้าน การจัดเรียงอาหารนั้นต้องถือว่าเลิศและเก๋ไก๋ที่สุดเท่าที่เคยไปกินมา สำหรับมื้อเที่ยงไม่ค่อยแนะนำเท่าไหร่ (เว้นแต่ต้องการทานเบาๆ นั่งชมวิวสวนลุมยามบ่าย) สำหรับมื้อเย็น บรรยากาศจะชิลล์มาก คนแน่นพอสมควร ต่างให้ความสนใจเป็นพิเศษกับเมนูฟัวกราส์ Seafood on ice ที่มีอาหารทะเลจัดวางใส่ถังไม้ น่าทานเชียว ส่วน Hot Dish มีเป็นพวก Quiche, Pizza อาหารไทย จีน และสำหรับช่วงสงกรานต์เพิ่มเมนูข้าวแช่มาด้วย อ้อ..อย่าลืมซุ้มอาหารญี่ปุ่น โซนด้านในด้วยนะครับ ถ้าไม่สังเกตจะไม่รู้ว่ามี สำหรับขนมหวานไม่ได้เชียร์มาก เพราะรสชาติสู้หน้าตาไม่ได้ แต่ขอแนะนำ Chocolate Lava และไอศกรีมโฮมเมด อร่อยแทบจะทุกรสเลย อ่านรีวิวเพิ่มเติมโดยไช้ชวนชิมได้ที่นี่ครับ

Lunch: จันทร์-ศุกร์ 900++ บาท, วันเสาร์ 1,400++ บาท และ 1,700++ (รวม Free Flow Wine), วันอาทิตย์ 1,700++ บาท และ 2,000++ (รวม Free Flow Wine)
Dinner: จันทร์-พฤหัส 1,200++ บาท, วันศุกร์-เสาร์ 1,300++ บาท

DSC_2652
Seafood on Ice at Red Oven
DSC_2644
So Sweet Corner

4. Orchid Café โรงแรม Sheraton Grand Sukhumvit

250 ถนนสุขุมวิท (ชั้น P1 ของโรงแรม Sheraton Grand Sukhumvit) Tel: 02-649-8888

ใครถามผมว่า Sunday Brunch ที่ไหนเด็ด ผมยกให้ที่โรงแรม Sheraton Grand Sukhumvit เป็น Top of Mind Brand เลย ไปกินมานานแล้ว ชอบมาก เห็นทีจะต้องไปซ้ำเร็วๆ นี้ จุดเด่นมันอยู่ตรงที่เป็นการรวม 3 outlets ของโรงแรมมาไว้ในที่เดียวกัน นั่งทานตรงไหนก็ได้ (แต่อยู่คนละชั้นกับ Orchid Cafe ซึ่งจะเสิร์ฟเฉพาะ Dinner Buffet) Basil คือห้องอาหารไทย, Rossini’s คือห้องอาหารอิตาเลียน และ The living room เป็นห้องอาหารสไตล์แจ๊สบาร์ อาหารที่นี่ถือว่าเป็นการรวมสุดยอดเมนูเด่นของเชฟทั้ง 3 ร้านมาไว้ในที่เดียวกัน ราคาอาจจะค่อนข้างแพงนิดนึง เหมาะสำหรับการเฉลิมฉลองเนื่องในโอกาสอยากกิน(มากเป็นพิเศษ) สำหรับมื้อเย็นที่ห้องอาหาร Orchid Café เป็นไลน์บุฟเฟต์ที่ไม่หวือหวามากนัก เพราะไม่เน้นปริมาณ แต่จะมีอาหารคาวหวานให้เลือกครบ ในวันศุกร์-เสาร์ จะมีเมนูเซ็ตเสริมเข้ามา Inspired by Italy เป็นคอร์สพิเศษให้เลือกจากห้องอาหาร Rossini’s แล้วแต่เชฟจะรังสรรค์

Sunday Brunch: 2,300++ บาท (รวม 3 ห้องอาหารคือ Basil, Rossini’s และ The Living Room)
Dinner: จันทร์-พฤหัส 750++ บาท, วันศุกร์-อาทิตย์ 1,550++ บาท

5. Patummat โรงแรม The Sukosol

477 ถนนศรีอยุธยา (ชั้นล่าง ของโรงแรม The Sukosol หรือชื่อเดิม Siam City) Tel: 02-247-0123

ปทุมมาศแม้ชื่อดูออกไทยๆ แต่ห้องอาหารนี้เป็น International Buffet นะครับ ไช้ชวนชิมมีโอกาสแวะไปชิมมาด้วยความบังเอิญเมื่อปลายปีที่แล้ว ปรากฎว่าคุณภาพและรสชาติอาหารนั้นดีเกินคาดคิด สำหรับมื้อกลางวันคงไม่ถึงกับน่าตื่นเต้นอะไรมาก แต่สำหรับมื้อเย็นนั้นดูอลังการพอสมควร โดยเฉพาะในช่วงที่มีการจัดเทศกาลอาหารนานาชาติ เมนูเด่นของที่นี่จะเป็นอาหารไทยทั้งประเภท แกง ยำ และผัดเผ็ดต่างๆ และ Made-to-order Pasta ส่วนของหวานนั้นแม้จะไม่เยอะจนละลานตา แต่ก็อร่อยแทบทุกอย่าง โดยเฉพาะเค้กและทาร์ต ลองทานแบบขำๆ นะครับ ยิ่งช่วงไหนมีโปรกิน 2 จ่าย 1 ก็จัดให้เต็มที่ไปเลยครับ โรงแรมนี้จะใกล้สถานีรถไฟฟ้าพญาไท อ่านรีวิวย้อนหลังของห้องอาหารนี้ได้ตามลิงค์นี้ครับ

Lunch: จันทร์-เสาร์ 1,160 บาท NET, วันอาทิตย์ 1,600 บาท NET
Dinner: จันทร์-อาทิตย์ 1,300 บาท NET

Italian Bits
Bits & Pieces of Everything at Patummat
Chocolate Cake
Heavenly Dessert

6. Lord Jim’s โรงแรม Mandarin Oriental

48 โอเรียนเต็ล อเวนิว (ชั้นล่าง ของโรงแรม Mandarin Oriental) Tel: 02-659-9000

เชื่อหรือไม่ว่าไช้ชวนชิมไม่เคยกินบุฟเฟต์ที่โรงแรมนี้เลย? ผมยังติดใจในรสชาติอาหารมื้อเที่ยงสไตล์ฝรั่งเศสที่ Le Normandie และมื้อพิเศษที่เคยพาฝรั่งมาดูโชว์แบบไทยๆ สไตล์ขันโตกที่ Sala Rimnam นี่เราพลาดอะไรไปรึเปล่า Lord Jim’s ถือเป็น Wish List ที่ควรมาลิ้มลองสักครั้งในชีวิต (ขอเก็บเงินสลึงพึงบรรจบให้ครบ 2,000 ก่อน) ราคาอาจจะแพงเว่อร์ไปสักนิด แต่ถ้าระดับความอร่อยมันสูงขึ้นตามไปด้วย มันก็ควรค่าต่อการล้างท้องต่อคิวรอกิน (แล้วห้ามถ่ายเป็นเวลา 1 วันเต็ม) ผลลัพธ์จะเป็นอย่างไร เมื่อไหร่อัพรูปขึ้นเมื่อไหร่ ก็เป็นอันรู้กันโดยถ้วนทั่วว่าไช้ชวนชิมปักหมุดสำเร็จแล้ว อ่านรีวิวของคนอื่นไปพลางๆ ให้น้ำลายไหลเล่นไปก่อนละกันครับ

7. Rain Tree Café โรงแรม Plaza Athénée

61 ถนนวิทยุ (ชั้นล่าง โรงแรม Plaza Athénée) Tel: 02-650-8800

สมัยก่อนไช้ชวนชิมเคยทำงานอยู่แถวตึก All Seasons จึงมีโอกาสได้แวะมาทานมื้อเที่ยงที่ Rain TreeCafé อยู่บ่อยๆ ตอนนั้นรู้สึกเฉยๆ นะครับ แต่นั่นก็เมื่อหลายปีก่อน เดี๋ยวนี้เป็นผู้ดีตกอับเลยฝากท้องที่ร้านสงวนศรีอยู่เป็นประจำ หลังๆ ได้ฟังคนโน้นคนนี้เล่าว่าบุฟเฟต์ที่นี่มันสุดยอดมาก คงจะต้องแวะกลับไปชิมให้มันเป็นเรื่องเป็นราวเสียที คราวนี้คงเน้นเป็นมื้อเย็น หรือไม่ก็ Sunday Brunch ที่เลื่องชื่อเรื่องลอบเสตอร์ สงสัยจะต้องขอยืมบัตรลดของคนแถวนี้ซะแล้ว จะว่าไปที่นี่ก็เป็นอีกหนึ่งโรงแรมที่ขึ้นชื่อทั้งอาหารญี่ปุ่น (Utage) และอาหารจีน (Silk Road) ด้วย เชิญอ่านรีวิวย้อนหลังโดยไช้ชวนชิมได้โดยการคลิ๊กที่ลิงค์ครับ

8Espresso โรงแรม Intercontinental Bangkok

973 ถนนเพลินจิต (ชั้น 2 โรงแรม Intercontinental ราชประสงค์) Tel: 02-656-0444

ห้องอาหารนี้มีดีกรีเป็น Bangkok’s Best Restaurant Awards ปี 2013 และ Best of Wongnai ปี 2014 ด้วย เมนูเด่นของที่นี่ก็คล้ายๆ กับห้องอาหารตามโรงแรมอื่นคือ Foie Gras และ Seafood on ice เริ่มชักสงสัยเหมือนกันว่าเราจะกินตับห่านและขาปูให้มันสูญพันธุ์กันเลยทีเดียวหรือไร อยากให้หันมาเน้นเมนูเสต็ก เมนูหม้อดิน และเมนูเส้นกันบ้างนะฮ๊าฟ

9Dining Room โรงแรม Grand Hyatt

494 ถนนราชดำริ (ชั้นล๊อบบี้ โรงแรม Grand Hyatt เอราวัน) Tel: 02-254-1234

ในละแวกถนนราชดำริมีห้องอาหารสุดหรูตามโรงแรมอยู่หลายแห่งไม่ว่าจะเป็นที่ Four Seasons, St.Regis หรือว่าที่ Grand Hyatt เอง ที่นี่ได้ชื่อว่าเก๋กู้ดอยู่ไม่ใช่น้อย เมนูมันน่าตื่นเต้นและน่ากินจนบอกไม่ถูก ดูรูปที่คนอื่นเคยรีวิวไว้ก็พาลน้ำลายสอ ตอนที่แวะมา Hyatt ครั้งนั้นเมื่อหลายปีก่อน ยังติดใจ The Table ห้องอาหารฝรั่งเศสอยู่นะ เสิร์ฟเป็นคอร์ส แพงเชียว แต่ก็อิ่มกำลังดี เอาล่ะ กินซ้ำเมื่อไหร่ดี

10Park View โรงแรม Imperial Queen’s Park

199 ถนนสุขุมวิท ซอย 22 (ชั้นล่าง โรงแรม Imperial Queen’s Park) Tel: 02-656-0444

เคยกินบุฟเฟต์ที่ห้องอาหารนี้เหมือนกัน แต่ก็มีเสียงลือเสียงเล่าอ้างดังกันหนาหูมากกว่า Sunday Brunch ของที่นี่มันสุโค่ยมาก wrist band สีส้มจะเพิ่มอภิสิทธิ์ให้คุณสามารถคุณเดินขึ้นลงกินอาหารได้ถึง 3 ห้อง นั่นคือที่ Park view เน้น International Buffet, Imperial China ขึ้นไปต่อหม่ำติ่มซำกันที่ห้องอาหารจีน และ Kacho ห้องอาหารญี่ปุ่น ณ จุดนี้ น้อยคนมากที่จะเดินวนกินครบทุกร้านแล้วสามารถกลับมานั่งได้ที่จุดเดิม ของแบบนี้ต้องฝึกมาดีครับ ไม่ใช่ทุกคนจะทำได้ 555

กดถูกใจเพจ facebookเพื่อแนะนำที่เที่ยวสวยๆและร้านอาหารอร่อยเด็ดๆ
เช่ารถบัสนำเที่ยว   เช่ารถตู้นำเที่ยว   รถรับจ้างย้ายบ้าน   รับจัดโต๊ะจีน  รับสร้างบ้านสวย

รายละเอียดไฟล์แนบ
กล่องตอบกลับด่วน

กรุณาใช้ข้อความที่สุภาพ คุณสามารถบันทึกฉบับร่างได้
ถาม/ตอบ
๑ + ๕ เท่ากับ [ตอบเป็นภาษาไทย] คำตอบคือ:หก
กด "Ctrl+Enter" เพื่อตั้งกระทู้ได้