ประยุกต์ใช้ โพสล่าสุด โพสสำคัญ เครื่องมือ สมาชิก สถิติฟอรั่ม ธนาคาร
หัวข้อ : พาเที่ยวอุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ
admin ออฟไลน์
UID: No.1
โพส: 622
จิตพิสัย:  0 แต้ม ชำระเงิน
622
575
86
ออนไลน์ล่าสุด: 0 (ช.ม.)
สมัครเมื่อ: 2014-12-07
ใช้งานล่าสุด: 2016-10-25

พาเที่ยวอุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ

ตั้งอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าห้วยเขย่งและป่าเขาช้างเผือก ในเขตท้องที่อำเภอททองผาภูมิ และ อำเภอ สังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี เป็นพื้นที่ป่าที่อยู่ในระหว่างการดำเนินการประกาศจัดตั้งเป็นอุทยานแห่งชาติ มีเนื้อที่ ประมาณ 700,000 ไร่  พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นเทือกเขาสลับซับซ้อน แนวเขาวางตัวในแนวทิศเหนือ-ใต้เป็นส่วนหนึ่ง ของ เทือกเขาตะนาวศรี ความสูงของพื้นที่มีความสูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 100-1,249 เมตร มีเขาช้างเผือก ซึ่งอยู่ทางทิศตะวันตกของพื้นที่ มียอดเขาสูงสุด 1,249 เมตร จากระดับน้ำทะเลยอดเขาที่สำคัญฯ ได้แก่ เขาช้างเผือก เขานิซา เขาพุถ่อง เขาด่าง เขาปากประตู เขาเลาะโล เขาประหนองโทคี เขาชะโลง ฯลฯ ซึ่งเป็นต้น กำเนิด ของลำห้วยต่างๆ เช่น ห้วยมาลัย ห้วยกบ ห้วยซ่าน ห้วยองค์พระ ห้วยปีคี ห้วยปากคอก ห้วยเจ็ดมิตร ฯลฯ
อุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ
1. เนินกูดดอย 
ตั้งอยู่ใกล้กับที่ทำการอุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ เป็นจุดวิวที่สามารถมองเห็นทิวทัศนเทือกเขา สลับซับซ้อน ของอำเภอทองผาภูมิและยังสามารถมองเห็น สามารถมองเห็นอ่างเก็บน้ำเขื่อนวชิราลงกรณ์ นอกจากนี้ยังเป็น จุดชมพระอาทิตย์ขึ้นและจุดชมทะเลหมอกที่สวยงามอีกแห่งหนึ่ง นอกจากนี้เป็นจุดที่สามารถกางเต้นท์ได้
อุทยานแห่งชาติทองผาภูมิอุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ
2. เนินช้างเผือก
จุดชมวิวจุดนี้ สามารถมองเห็นเขาช้างเผือก ซึ่งเป็นยอดเขาที่สูงที่สุดของ อ. ทองผาภูมิี่มีนักนักท่องเที่ยวที่รักการ เดินป่าและผจญภัยขึ้นไปพิชิตความสวยงามและยิ่งใหญ่ของที่นี่กันแทบทุกปี
อุทยานแห่งชาติทองผาภูมิอุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ
ภาพอุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ
อุทยานแห่งชาติทองผาภูมิอุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ
พรมสีเขียวธรรมชาติของมอสที่ปกคลุมทั่วทางเดินอุทยานในฤดูฝน
อุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ
สีสันของป่าไม้เปลี่ยนสีในฤดูหนาว
อุทยานแห่งชาติทองผาภูมิอุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ
นกเงือกดาราของอุทยาน
อุทยานแห่งชาติทองผาภูมิอุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ
อุทยานแห่งชาติทองผาภูมิมีที่พักทั้งในส่วนของจุดกางเต้นท์และบ้านพักเป็นบ้านต้นไม้ (บ้านทาร์ซาน)จำนวน 2 หลัง เพื่ออำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยวนอกจากนี่ยังมีร้านอาหาร ของอุทยานฯคอยให้บริการสามารถ จองบ้านพักผ่านเว็บไซต์ของอุทยานแห่งชาติ http://www.dnp.go.th อุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ
ตู้ ปณ.18  อ. ทองผาภูมิ  จ. กาญจนบุรี   71180
โทรศัพท์ 081 382 0359   อีเมล reserve@dnp.go.th
admin ออฟไลน์
UID: No.1
โพส: 622
จิตพิสัย:  0 แต้ม ชำระเงิน
622
575
86
ออนไลน์ล่าสุด: 0 (ช.ม.)
สมัครเมื่อ: 2014-12-07
ใช้งานล่าสุด: 2016-10-25
หน้าหนาวเที่ยวไหนดี? คงเป็นคำถามสุดฮอตที่หลาย ๆ คนต้องการคำตอบ ก็แหม...เมื่อสายลมเย็น ๆ พัดผ่านมาสัมผัสผิวกาย แถมยังพอมีวันหยุดสุดสัปดาห์ให้ได้ออกไปโลดแล่นเติมพลังให้กับตัวเอง ใคร ๆ ก็อยากออกไปดื่มด่ำกับธรรมชาติที่งดงามของขุนเขาและสายหมอก หรือไปสูดอากาศบริสุทธิ์ให้ฉ่ำปอดกันทั้งนั้น 

          เพราะฉะนั้น วันนี้กระปุกท่องเที่ยวเลยขอหยิบเอาอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวหน้าหนาว สำหรับนักเดินทางที่หลงรักทะเลหมอกกว้างไกลสุดสายตา นั่นก็คือ อุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ ผ่านบันทึกการเดินทางพร้อมภาพถ่ายสวย ๆ ฝีมือของ คุณ ชานมชงเอง สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม กันจ้า ^__^



          ปลายเดือนกันยายนที่ผ่านมา ผมได้กลับไปอยู่เส้นทางที่คุ้นเคยอีกครั้ง เส้นทางที่เชื่อมตัวผมจาก อุทยานแห่งชาติศรีน่าน - ขุนสถาน จังหวัดน่าน กับ อุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี คงเป็นเส้นทางเดียวกัน ผมยังจำได้ดีปีที่แล้วในเดือนเดียวกันผมก็ไปที่นี่ครั้งแรก เวลาวนกลับมาอีกที 365 วัน ผมก็เลือกที่จะกลับไปที่เดิมอีกครั้ง ทริปสั้น ๆ ในครั้งนี้ 2 วัน 1 คืน ด้วยระยะทาง 320 กิโลเมตร มันคงเป็นช่วงภูเขาปลายฝน และต้นหนาวของสายหมอก มันคือความสุขที่ผมหาได้เสมอกับสิ่งที่ผมรักมาตลอด และรักด้วยความรู้สึกดี ๆ ตลอดไป

 ดีใจที่มีคนเข้ามาชมรีวิวนี้ และได้สร้างแรงบันดาลใจอะไรบางอย่างออกไป!!! เพราะอย่างน้อยมีคน 1 คน ที่ไม่ได้รู้สึกอะไรเลยกับคำว่าแรงบันดาลใจ แล้วก็ไม่ได้รู้สึกว่ามันจำเป็นต่อชีวิต แล้วอยู่ดี ๆ ผมก็รู้จักมัน แล้วมันก็เข้ามาทำงานอะไรในชีวิตผมมากมาย ไม่ว่าจะเป็นความรู้สึกที่ดี หรือทุกอย่างที่เรียกว่าความสุข 

          ดีใจนะครับที่แรงบันดาลใจของ 1 คน ส่งต่อให้อีกใครก็ได้สัก 1 คน ในวันนี้ ทุกแรงบันดาลใจคืออะไรก็ได้ที่เรารู้สึกว่าใช่ แค่ต้อนรับมัน ให้มันเข้ามาทำงาน และเติบโตไปกับมัน


          ผมดูนาฬิกาทำให้รู้ว่าตอนนี้เพิ่งบ่ายโมงเศษ อากาศร้อนอบอ้าวในเขตป่าร้อนชื้น ทั้ง ๆ ที่ตอนเช้ามืดผมยังอยู่ด้านบน @ อุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ และบนจุดชมวิวเนินช้างศึกอยู่เลย และทำให้ทริปการชมทะเลหมอกจบลงทันที ตั้งแต่ผมตัดสินใจขับรถลงมาจากเขา เพื่อมาหาที่พักริมเขื่อน


          ทะเลหมอกเมื่อเช้ายังติดตาอยู่เลย ภูเขา ต้นไม้สีเขียว สายหมอกสีขาว และอากาศเย็นสบาย แต่ตอนนี้ผมคงต้องนอนกลางวันก่อนนะครับ...ไม่ไหวรู้สึกเพลีย!!!

          รู้สึกตัวอีกทีก็ตอนเย็น ปกติผมนอนกลางวันไม่ได้เลย ตื่นมาจะเพลียและมึนหัวมาก แต่ทริปนี้ขอสักหน่อย และยังพอมีเวลาผมเลยขับรถออกจากที่พักเพื่อไปชมวิวพระอาทิตย์ตกดิน นั้นก็คือ เขื่อนเขาแหลม หรือ เขื่อนวชิราลงกรณ์ นั้นเอง


          เขื่อนเขาแหลมกั้นลำน้ำแควน้อย เป็นเขื่อนไฟฟ้าพลังน้ำของการไฟฟ้าการผลิต เป็นเขื่อนขนาดใหญ่ลำดับที่ 4 ของประเทศไทย รองจากเขื่อนภูมิพล, เขื่อนศรีนครรินทร์ และเขื่อนสิริกิติ์


          แต่ผิดพลาดเล็กน้อยที่ช่วงนี้ภูเขาบดบังการมองเห็นของพระอาทิตย์ นอกจากได้ดูลิงสองตัว ดูสายน้ำในเขื่อน และได้ถ่ายรูปกันพอประมาณ ผมก็กลับมาที่พักที่เช็กอินไว้ตอนบ่าย ๆ ชื่อที่พักคือ แพวังอิงผา อยู่ริมเขื่อนเขาแหลม ผมตัดสินใจนอนแพในน้ำ แทนที่จะนอนบนริมเขื่อนด้านบน เพราะสักครั้งในชีวิต นอนลอยแพอยู่บนน้ำได้บรรยากาศดี ๆ


          ภาพที่เห็นเป็นภาพเดียวกัน หลายมุมมองหลายอารมณ์ บางคนมองแล้วรู้สึกเศร้า อีกคนกลับอบอุ่นใจ บางทีตอนนี้เราอาจคิดอีกแบบ แต่นั้นมันก็แค่ภาพวิวที่ตะวันกำลังลับขอบฟ้าไป


          นานแค่ไหนที่เรารู้ว่าพระอาทิตย์ขึ้นทุกวันในตอนเช้าและลาลับไปในตอนเย็น และนานแค่ไหนที่เราได้มาเฝ้าดูการจากไปของดวงตะวัน แสงที่คอยนำทาง และนานแค่ไหนที่เรารู้ว่าสิ่งนี้เกิดขึ้นกับชีวิตของเราทุก ๆ วัน ตะวันกำลังจากกันไปไกล บางสิ่งบางอย่างกำลังเข้ามา


          ความมืดกำลังเริ่มต้นทำงาน ถ้าพรุ่งนี้ไม่มีอะไรให้ใครบางคนได้รออยู่ มีบางอย่างที่ต้องจากลากันไปจะทำอย่างไร 


          เวลาที่กำลังผ่านไป อาจมีค่ามากกว่าการที่เราได้แค่หายใจสิ่งที่ผ่านมาในวันนี้ อาจจะดีที่สุดโดยไม่ต้องรอวันพรุ่งนี้


          แต่วันนี้ผมมีความสุขแบบเต็มที่ เพียงพอแล้วสำหรับบรรยากาศที่ผมรัก ถึงแม้ว่าจะรู้สึกแปลก ๆ ที่ต้องนอนอยู่บ้านพักที่ลอยบนผิวน้ำก็ตาม คืนนี้ยังไงก็ราตรีสวัสดิ์ ฝันดีนะครับพรุ่งนี้เช้าก็ได้เวลากลับบ้านแล้ว


          ถึงเวลาที่จะต้องกลับบ้านแล้ว ผมแพ็คของใส่กระเป๋าแล้วเริ่มต้นเดินทางจากทองผาภูมิมุ่งหน้ากลับบ้าน บรรยากาศฝนตกตลอดทาง เห็นสายหมอกตลอดสองข้างทาง กลับถึงบ้านก็ทำเหมือนเดิมทุกรอบ เอารถยนต์ไปเก็บ เก็บสัมภาระ ซักเสื้อผ้า เอารูปทั้งหมดที่เก็บมาจากที่นั้น โอนถ่ายลงคอมพิวเตอร์ อัพรูปหนึ่งใบ เป็นใบที่ผมคิดว่าสวยที่สุดลงในเพจ Chanomword ให้เพื่อนได้ชมกัน แล้วผมก็รู้สึกมีบางสิ่งบางอย่างหายไป ผมเล่าไม่จบ!!!


          ไม่สิ เมื่อวานซืนผมยังทำงานอยู่เลย แต่พอหนึ่งทุ่มผมก็เริ่มต้นเดินทาง เป้าหมายคือขับรถรวดเดียวแล้วไปหาที่พักรายวันนอนที่ตัวเมืองทองผาภูมิ ที่ซึ่งเคยไปพักมาแล้ว  ค่าห้อง 400 บาท เพราะผมวางแผนจะขึ้นดอยตอนเช้ามืด 

          ระหว่างการเดินทางช่วงสองทุ่มในคืนนั้นผมแวะเติมน้ำมัน และซื้อของกินเติมพลังกัน ฝนก็ตกปรอย ๆ แล้วแสงสปอร์ตไลท์ก็ส่องกระทบกับสายฝนและหยดน้ำ แล้วเสียงเพลงที่ฟังกี่ครั้งก็ชอบ "จากนี้ไปจนนิรันดร์" ก็ดังขึ้น (เป็นปั๊มที่เปิดเพลงให้ฟังด้วย ที่สำคัญเปิดเพลงดังมาก) แล้วผมก็เดินท่ามกลางสายฝนเบา ๆ แต่รู้สึกอิ่มใจอย่างบอกไม่ถูก ผมรู้สึกการเดินทางครั้งนี้จะต้องทำให้ผมมีความสุขแน่ ๆ แล้วผมก็มาจนถึงตัวเมืองทองผาภูมิ หาที่พักแล้วนอนตอนห้าทุ่มตามที่วางแผนไว้ แต่ก่อนถึงที่พักก็ซัดโอเด้งเส้นเล็กน้ำกันจนอิ่ม


          ตีห้าก็ได้เวลาที่ผมออกเดินทางต่อไปยังจุดชมวิว กม. 12 ก่อนถึงที่ทำการอุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ เป็นอีก 1 จุดชมวิวที่ไม่ควรพลาดเลย บรรยากาศยามเช้าที่จะได้ลุ้นกับการมาของทะเลหมอกสวย 


          จุดชมวิว กม. 12 นอกจากจะชมทะเลหมอกได้สวยงาม ยังมีพื้นที่กางเต็นท์ได้ด้วยครับ ผมสังเกตมีห้องน้ำ มีศาลาด้วย ไปพักได้เลยครับสะดวกและสะอาด และพอเริ่มสว่างขึ้นสายหมอกเริ่มก่อนตัว และค่อย ๆ ลอยละล่องขึ้นมา


          มันอาจเป็นทะเลหมอกแบบเบา ๆ ไม่เยอะแบบปีที่แล้วที่ผมได้เห็น แต่มันก็ทำให้ผมมีความสุขกับการได้ใช้ชีวิตแบบบางเบาอีกครั้งหนึ่ง


          จากจุดชมวิว กม. 12 ก็ขับรถหน้าตั้งกันไปอีกหน่อย จำไม่ได้ว่ากี่กิโลฯ 6 กิโลเมตร ได้มั้งก็มาถึงทางเข้าอุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ ปีที่แล้วก็เคยมาก็พอจำได้แล้ว


          เสียค่าธรรมเนียมค่าเข้าชมอุทยานฯ ผมก็มุ่งหน้าไปที่จุดชมวิวก่อน ธรรมชาติที่นี่สมบูรณ์มาก ยังเขียวและสดชื่นอยู่เสมอ


          แล้วก็ไม่เคยพลาด ยังไงก็ต้องได้เจอทะเลหมอก แหกขี้ตามาแต่เช้าขนาดนี้ มาน้อยมามากก็ขอให้มา ที่นี่ยังสวยเหมือนเดิม ทางเดินก็ยังลื่นเหมือนเดิม 


          นี่ไงครับจุดชมวิวกูดดอย จุดชมวิวที่เดินจากจุดจอดรถไม่ถึง 50 เมตร ก็มาถึง 



          เป็นจุดชมวิวที่สามารถมองเห็นเขื่อนเขาแหลมอยู่ตรงเบื้องหน้าได้เลยครับ


          บรรยากาศปลายฝนมันดีแบบนี้จริง ๆ เลยนะครับ ฝนตกเยอะ สายหมอกก็เยอะ


          เมื่อคืนช่วงที่ขับรถมาฝนตกตลอดทางเลย ตื่นมาตีสี่ฝนก็ยังตก ตอนนั้นคิดว่าซวยแล้วฝนตกแบบนี้จะไปมองเห็นอะไรได้ไง แต่พอตี 5 เวลาที่ผมขับรถออกจากโรงแรมที่ตัวเมืองทองผาภูมิ ฝนก็หยุดตกทันที มันคงรู้ว่าผมอยากจะเห็นอะไรแน่ ๆ 


          แม้วันนี้บนจุดชมวิวกูดดอยจะไม่ค่อยมีทะเลหมอกให้ผมเห็นเท่าไหร่ จำได้ว่าปีที่แล้วขึ้นเป็นแพเลย ขึ้นเยอะมากแบบว่าปูพรมมาเลยก็ว่าได้ 


          แต่ไม่เป็นไร อย่างน้อยก็ได้วิวภูเขาแบบเต็มตา ต้นไม้หนาแน่นมาก มันคงเป็นแหล่งผลิตน้ำจำนวนมหาศาลให้กับเขื่อนเขาแหลมนี่เอง


          อุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ ครอบคลุมท้องที่อำเภอทองผาภูมิและอำเภอสังขละบุรี มีระดับความสูงเหนือระดับน้ำทะเล 100 – 1249 เมตร 


          มีจุดชมวิวที่สามารถมองเห็นวิวภูเขาคือ เนินกูดดอย กับ เนินช้างเผือก แล้วก็มีนกอะไรไม่รู้ตัวโต ๆ กับบ้านทาร์ซานอีก  4 หลัง มีบ้านพักแบบปูนด้วย อุทยานแห่งชาติทองผาภูมิมีที่พักทั้งในส่วนของจุดกางเต็นท์ และบ้านพักเป็นบ้านต้นไม้ (บ้านทาร์ซาน)จำนวน 2 หลัง นอกจากนี้ ยังมีร้านอาหารของอุทยานฯ คอยให้บริการ สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ อุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ โทรศัพท์  08 1382 0359 (ข้อมูลเกี่ยวกับสถานที่ท่องเที่ยวอุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ และการเดินทาง คลิกที่นี่)


          ผมอยู่ที่เนินกูดดอยสักพักหนึ่ง แล้วก็เดินลัดไปยังอีกจุดชมวิวหนึ่ง ระหว่างทางก็ได้เห็นสีสันของธรรมชาติที่ผมไม่เคยเห็นมาก่อน 


          เดินมายังไม่ทันหอบ แต่จะลื่นก้นกระแทกมากกว่า ผมก็มาถึงอีกหนึ่งจุดชมวิวที่สวยไม่แพ้กัน "เนินช้างเผือก" ไง


          จุดชมวิวด้านนี้จะสามารถมองเห็นเขาช้างเผือกที่ใครหลายคนได้มีโอกาสขึ้นไปสัมผัส ด้านบนวิวมันจะเป็นยังไงนะ สักครั้งของชีวิตต้องไปให้ได้!


          แต่วันนี้เอาเบา ๆ ก่อน แค่ตรงนี้ก็สวยมากแล้ว ทะเลหมอกมาแบบเบา ๆ 


          ถ้าอยู่ที่บ้านตอนนี้คงเพิ่งตื่นนอน การได้มายืนอยู่ตรงนี้ในบรรยากาศแบบนี้ เห็นภูเขาและสายหมอกแบบนี้ ทำให้รู้ว่าโลกใบนี้มันมีอะไรที่แตกต่างกันมากมาย 


          ที่หนึ่งรู้สึกแคบ ๆ มันคือโลกแห่งความเป็นจริงที่ผมอยู่ กรอบชีวิตเดิม ๆ น่าเบื่อและซ้ำ ๆ กันเหมือนเดิมทุกวัน แต่ตอนนี้สิ่งที่อยู่ต่อหน้าผม แม้จะเป็นภูเขาหม่น ไร้แสง สายหมอกก็ทึม ๆ แต่มันก็ทำให้ในหัวผมลืมช่วงที่หมดแรง ท้อแท้ และหมดหวังไปทันที ชีวิตที่มีเพียงคำว่าจุดหมาย แต่บางทีก็ยังหาปลายทางไม่เจอ เวลาหมุนและเวียนไปเรื่อย ๆ อาจมีใครหลายคนเดินตามไม่ทัน


          และก่อนที่ท้องฟ้าจะเปิดให้เห็นอีกครั้ง หัวใจเต็มร้อยจะกลับมา หลายสิบครั้งที่ได้เคยทำพลาดไป มันต้องมีสักครั้งที่ทำได้ 


          แม้ตอนนี้ท้องฟ้าจะปิด แต่ผมก็ได้เรียนรู้ว่าชีวิตเหมือนกับการเดินทาง อย่าหยุดที่จะเดินต่อ 


          แล้วผมก็เดินต่อมาเจอใบไม้สีแดงใบหนึ่ง ใบอะไรก็ไม่รู้ มันคงได้เวลาจากไป ถึงได้ร่วงมาจากต้นไม้ต้นหนึ่ง แล้วชีวิตคนเราเราจะเรียนรู้คำว่าจากลากันตอนไหน เราจะร่วงเหมือนกับใบไม้สีแดงที่ร่วงหล่นลงมาไหม?


          และก่อนที่บางอย่างจะจากไป ผมคงต้องทำเวลาเต็มที่แล้ว มุ่งหน้าไปยังอีกจุดชมวิวหนึ่ง "เนินช้างศึก"


          เนินช้างศึก เป็นส่วนหนึ่งของอุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ อยู่สูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 1,053 เมตร เป็นอีกจุดชมวิวที่สวยมาก เป็นจุดชมวิวทิวทัศน์ของฝั่งไทยและฝั่งพม่าที่สวยงามทั้งชมพระอาทิทย์ตกที่สวยงาม สามารถมองเห็นหมู่บ้านอีต่องด้านล่างได้อย่างชัดเจน และในช่วงที่ทัศนวิสัยดีสามารถมองเห็นทะเลอันดามัน ฝั่งประเทศพม่าได้ 


          ฐานช้างศึก หรือบางคนเรียก ยอดดอยปิล็อก บ้างก็เรียก ต่องปะแล เป็นฐาน ตชด. บริเวณจุดชมวิวเขาสูง (เนินช้างศึก) เป็นจุดยุทธศาสตร์จุดหนึ่งของชายแดนไทย-พม่า เป็นฐานที่มั่นของตำรวจตระเวนชายแดนที่ 135 (ฐานช้างศึก)



          ฐานที่มั่นของตำรวจตระเวนชายแดนที่ 135 (ฐานช้างศึก) นักท่องเที่ยวสามารถเข้าไปเที่ยวชมวิว โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายครับ



รายละเอียดไฟล์แนบ
กล่องตอบกลับด่วน

กรุณาใช้ข้อความที่สุภาพ คุณสามารถบันทึกฉบับร่างได้
ถาม/ตอบ
๑ + ๕ เท่ากับ [ตอบเป็นภาษาไทย] คำตอบคือ:หก
กด "Ctrl+Enter" เพื่อตั้งกระทู้ได้